สารานุกรมนก

ข้อมูล ลักษณะ พฤติกรรม และแหล่งที่อยู่อาศัยของนก นกแก้ว, นกเขาชวา, นกเอี้ยง, นกเค้าแมว, นกหัวขวาน, นกอินทรีย์, นกกระสา, นกยาง, นางนวล, เหยี่ยว, ไก่ฟ้า, นกเขา, นกเค้า, นกเงือก, นกแอ่น, นกนางแอ่น, นกแซงแซว, นกขมิ้น, นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด, นกกางเขน, นกกระจอก, นกกระจาบ, นกปรอดหัวโขน

นกเงือก เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วในประเทศไทย นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว มีลักษณะการทำรังที่แปลกจากนกอื่น คือ เมื่อถึงฤดูกาลทำรัง นกคู่ผัวเมียจะพากันหารัง ซึ่งได้แก่ โพรงไม้ตามต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยาง ที่อยู่ในที่ลับตา เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก

Archive for September, 2010

นกกระสานวล - Grey Heron รูปนกกระสานวล จาก วิกิพีเดีย

ลักษณะทั่วไป
นกกระสานวลจัดอยู่ในวงศ์นกยาง เป็นนกขนาดใหญ่ (ขนาด 96-102 เซนติเมตร) ช่วงปีกสองข้างกว้าง 175-195 เซนติเมตร และหนัก 1-2 กิโลกรัม ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน มีปากยาวแหลม คอและขายาว หัวและคอสีเทาอ่อนจนเกือบขาว มีขนยาวสีดำคาดจากบริเวณหัวตางอกยาวไปยังท้ายทอย คล้ายมีหางเปียสองเส้น ด้านข้างลำคอมีลายสีดำคาดเป็นทางลงมาจนถึงอกและที่อกมีแถบสีดำเด่นชัด ตรงปลายปีกสีดำ และมีม่านตาสีเหลือง

ถิ่นอาศัย, อาหาร
พบในแอฟริกา ยุโรป อินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน และอพยพมายังประเทศไทยช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยพบทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่ไม่บ่อยและจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่พบตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง
อาหารได้แก่ กุ้ง ปลา กบ ตามหนองน้ำ ทะเลสาบ เป็นนกที่มักมีการย้ายถิ่นหากินเสมอ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
ชอบอยู่ตัวเดียว วิธีหาอาหารจะเดินหากินตามแหล่งน้ำที่ไม่ลึกนักอย่างเชื่องช้า เพื่อจะได้ไม่ทำให้เหยื่อตกใจหนี เมื่อได้โอกาสจะยืดคอพุ่งออกไปจิกเหยื่อได้ทันที ชอบหากินช่วงเช้าตรู่และตอนเย็น
ในฤดูผสมพันธุ์นกชนิดนี้จะอยู่เป็นคู่ จะผสมพันธุ์ช่วงฤดูฝน โดยตัวผู้และตัวเมียช่วยกันทำรังที่สร้างด้วยกิ่งไม้เล็กๆ ปะปนกับนกคู่อื่นๆ หรือนกชนิดอื่นๆ

สถานภาพปัจจุบัน
เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา

ขอบคุณข้อมูลจาก www.zoothailand.org

นกกระทุง

นกกระทุงเป็นนกขนาดใหญ่ มีความยาวจากปากถึงปลายหางประมาณ 52 – 60 นิ้ว เป็นนกน้ำ ขาสั้นใหญ่ ปากยาวแบนข้างใต้มี ถุงสีออกม่วงขนาดใหญ่ บริเวณขอบปากบนมีจุดสีน้ำเงินเข้มอยู่เป็นระยะตามความยาวของจงอยปาก ตีนมีพังผืดสี เหลืองขึงเต็มระหว่างนิ้วทุกนิ้วคล้ายเป็ด ม่านตาสีแดง แข้งและเท้าสีเนื้อ สามารถว่ายน้ำได้ดี บินได้สูง ในฤดูผสมพันธุ์ ขนจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเงินในช่วงบนของลำตัว ส่วนช่วงล่างจะเป็นสีขาว แต่ถ้าไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์ ปีก หางและส่วนใต้ลำตัว จะมีสีน้ำตาลเช่นเดียวกับนกกระทุงที่ยังไม่โตเต็มที่ ทั้งตัวผู้และตัวเมียรูปร่างและสีสันเหมือนกัน นกกระทุงชอบอยู่เป็นฝูง กินปลา กุ้ง กบ สัตว์เลื้อยคลานเล็กๆเป็นอาหารและหาอาหารด้วยกัน ถ้าตัวใดตัวหนึ่งทำอะไรตัวอื่นจะทำตาม เวลาที่มั นอยู่เฉยๆจะหันหน้าไปทางเดียวกันหมด เวลาบินจะหดคอเข้ามา บินกันเป็นแถวเรียงหนึ่ง บางครั้งบินเป็นรูปตัว “วี” (V) ส่วนใหญ่จะบินเป็นรูปขั้นบันไดกว้างๆ รังสร้างด้วยกิ่งไม้ใหญ่ๆวางสานกันบนต้นไม้สูงๆ ขนาดของรังมีเส้นผ่าศูนย์ กลาง 2 ฟุต วางไข่ครั้งละประมาณ 3 ฟอง ไข่มีสีขาว ทั้งตัวผู้และตัวเมียช่วยกันกกไข่ประมาณ 4 – 5 อาทิตย์ จึงฟักเป็นตัว คนยุโรปในยุคกลางเชื่อกันว่านกกระทุงเลี้ยงลูกอ่อนด้วยเลือดของมันเองโดยใช้ปากเจาะเลือดจากอกของมัน

อาศัยอยู่ในอินเดีย, จีน, ไหหลำ, ไต้หวัน, ซุนดาห์, ออสเตรเลีย, โซโลมอน, อินโดจีน, ฟิลิปปินส์, แหลมมลายูและไทย ประเทศไทย มีอยู่ทั่วไปทุกภาค ปัจจุบันเป็นนกที่ค่อนข้างพบเห็นยากมาก เคยพบปนอยู่กับฝูงนกปากห่างที่วัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี

นกกระทุงชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงทั้งช่วงเวลาหากินและทำรัง ขณะหาอาหารจะใช้ถุงใต้คอทำหน้าที่คล้ายสวิงช้อนปลาลงในลำคอ นกกระทุงทำรังอยู่บนต้นไม้รวมกันเป็นฝูง วางไข่คราวละ 1-5 ฟอง และใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 30 วัน โดยทั้งตัวผู้และตัวเมียผลัดกันทำหน้าที่

นกกระทุงเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 บัญญัติไว้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง สามารถหาชมได้ที่สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา

ข้อมูลและรูป จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นกกระรางหัวหงอก

นกกะรางหัวหงอก Garrulax leucolophus ( White-crested Laughingthrush )เป็นนกทีเห็นเพียงครั้งเดียวก็จำได้ มีความยาวจากปลายปากจรดปลายหางราว 30 เซนติเมตร มีขนบนหัวสีขาวฟู คล้ายผมหงอก คอและท้องตอนบนเป็นสีขาว มีปากสีดำและมีแถบสีดำลากจากโคนปากพาดผ่านตาถึงข้างแก้ม ท้ายทอยสีเทา หลัง ไหล่ ตะโพกสีแดงอมน้ำตาล ขนหางสีน้ำตาลคล้ำๆ ลำตัวด้านล่างเลยจากท้องตอนบนเป็นสีน้ำตาลแดงอ่อนๆ นกตัวผู้และตัวเมียคล้ายคลึงกัน

นกชนิดนี้ชอบอยู่เป็นฝูง อาจเป็นฝูงเล็กหรือฝูงใหญ่โดยอาจเป็นฝูงของครอบครัวเดียวกัน กระโดดหากินไปเรื่อยๆตามพื้นดินหรือบนต้นไม้พร้อมกับร้องหนวกหูแทบจะตลอดเวลา อาหารของนกชนิดนี้ได้แก่ผลไม้เช่น มะเม่าเขา หว้า ไทร และแมลงจำพวกตั๊กแตน จักจั่น หนอน เป็นต้น

นกกะรางหัวหงอกทำรังวางไข่ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยจะเลือกทำรังบนต้นไม้ขนาดเล็กที่มีเรือนยอดเป็นทรงพุ่มเพราะมักทำรังในพุ่มนั้นเอง หรืออาจทำรังในกอไผ่ รังเป็นรูปถ้วยติดบนกิ่งหรือง่ามไม้ โดยใช้วัสดุที่มีในพื้นที่ และมักอยู่สูงจากพื้นดินไม่เกิน 6 เมตร วางไข่ครอกละ2-5ฟอง เปลือกไข่สีขาวล้วนขนาดราว28×23มม. ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากเริ่มกกไข่ตั้งแต่วางไข่ฟองแรก ลูกนกจึงมีขนาดไม่เท่ากัน เมื่อออกจากไข่แล้วนกทั้งฝูงซึ่งบางตัวอาจเป็นลูกที่เกิดเมื่อปีก่อนและยังไม่ได้จับคู่จะช่วยกันหาอาหารมาป้อนลูกนก โดยอาหารของลูกนกมีทั้งหนอน แมลง และอาหารที่ย่อยแล้วที่พ่อแม่นกสำรอกออกมาให้ เมื่อมีศัตรูเข้ามาใกล้รัง นกทั้งฝูงจะช่วยกันส่งเสียงร้องขับไล่ ถ้ายังเข้ามาอีกก็จะรุมจิกตีทันที เมื่ออายุประมาณ11-12วันลูกนกก็ออกจากรังตามพ่อแม่ไปหากินได้แล้ว แต่ก็ยังรับอาหารที่นำมาป้อนอยู่ด้วย

นกชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชียตอนใต้ตั้งแต่ตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัยจนถึงจีนด้านตะวันออก และ ตั้งแต่เชิงเขาจนถึงระดับความสูง 2400 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่โดยมากจะอยู่ที่ระดับ600-1200เมตร ทางใต้ในเมียนมาร์ ไทยและอินโดจีนแต่ไม่พบในคาบสมุทรมลายู มาเลเซียและสิงคโปร์ สำหรับในประเทศไทย เป็นนกประจำถิ่นที่พบได้บ่อยในป่าดิบ ป่าโปร่ง ป่าไผ่ จากที่ราบจนถึงความสูง 1600 เมตรจากระดับน้ำทะเลในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางพื้นที่

นกกะรางหัวหงอกเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ จัดอยู่ในสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 สามารถดูได้ที่ สวนสัตว์ดุสิต, สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่, สวนสัตว์สงขลา
ข้อมูลจาก :

http://www.bird-home.com

หนังสือ คู่มือดูนก หมอบุญส่ง เลขะกุล โดย คณะบุคคล นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล

นกหัวโตมลายู - Malaysian Plover

นกหัวโตมลายู  Malaysian Plover เป็นนกที่จัดอยู่ในวงศ์นกหัวโต (Family Charadriidae) อาศัยอยู่ตามหาดทราย มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ลำตัวมีขนาดเล็ก หัวโต คอและปากสั้น ปีกเรียวแหลม จงอยปากสีดำ ขายาว ตัวผู้และตัวเมียจะมีสีแตกต่างกันไป

ตัวผู้มีสีขาวตรงหน้าผากค่อนข้างใหญ่แต่คิ้วสั้น ตรงหัวตามีเส้นสีดำ และมีแถบสีดำบริเวณหู กระหม่อมช่วงหน้าสีน้ำตาลแดง ส่วนกระหม่อมช่วงหลังและท้ายทอยสีน้ำตาลอมเทา วงรอบคอสีขาว ต่อด้วยแถบสีดำลากจากข้างอกวนรอบจนไปถึงอีกข้างหนึ่ง ซึ่งแถบสีดำนี้จะแผ่ขยายกว้างออกไปบริเวณหลังช่วงบน บางตัวแถบสีดำอาจมาบรรจบกันที่กลางอก ด้านบนลำตัวสีน้ำตาลอมเทา ปลายปีกสีน้ำตาลเข้ม  และมีแถบสีขาว ลากจากเส้นขนด้านในเส้นที่ 5 ไปจนสุดขนปลายปีก ขนกลางปีกด้านนอกมีสีขาวอยู่ตรงโคนขน และปลายขนคลุมปีกใหญ่มีสีขาว หางช่วงกลางสีน้ำตาลเข้ม ตรงขอบตะโพก และ ขนคลุมโคนหางสีขาว ซึ่งสีขนบนปีก และหางจะสังเกตได้ในขณะที่นกบิน ส่วนด้านล่างลำตัวมีสีขาว

แถบสีดำบริเวณหน้าผาก และช่วงอกของนกตัวผู้ สันนิษฐานว่า เป็นส่วนที่ใช้สำหรับข่มขวัญ นกตัวอื่น  เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขณะเผชิญหน้ากัน นกตัวผู้สองตัวที่กำลังแย่งชิงอาณาเขตจึงข่มขวัญกันโดยยืนหันหน้าเข้าหากันอยู่นิ่งๆ แล้ว แสดงส่วนหน้าผาก ให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็น  แถบสีดำคล้ายมงกฎนี้ ปรากฎอยู่ในนกหัวโตขนาดเล็ก 25 ชนิดทั่วโลก

นกตัวเมียจะคล้ายกับตัวผู้ แต่สีดำตรงหัวและอกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมน้ำตาลแดงจางๆ และจะสังเกตได้จากลายสีน้ำตาลอมดำ บริเวณอกและกระหม่อมช่วงหน้ากระหม่อม มีสีเหลืองอ่อนแซมอยู่เล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาลอ่อน หลังคอเป็นวงสีขาว ซึ่งบางตัวอาจแคบมาก ส่วนนกโตไม่เต็มวัยคล้ายกับตัวเมีย แต่ไม่ค่อยมีสีน้ำตาลอมดำ

อาหารของนกหัวโตมลายูเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่อาศัยอยู่บริเวณหาดทราย เช่น ไส้เดือนทะเล ตัวหนอน และตัวอ่อนของสัตว์น้ำทั้งหลาย สัตว์พวกนี้ปกติจะอาศัยฝังตัวอยู่ในหาดทราย ไม่ค่อยขึ้นมาอยู่บนผิวดินให้นกหัวโตมลายูจับได้ง่ายๆ นกหัวโตมลายูจึงชอบหากินอยู่ตามแนวทรายใกล้กับที่น้ำทะเลสาดซัดฝั่ง เพราะน้ำทะเลจะทำให้บริเวณชั้นทราย มีการเปลี่ยนแปลง และกระตุ้นให้สัตว์น้ำ ที่อยู่ในทรายเคลื่อนไหว เมื่อมองเห็นเหยื่อขยับตัว หรือเห็นเหยื่อถูกน้ำซัดขึ้นมาอยู่บนผิวดิน นกหัวโตมลายู ย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

นกหัวโตมลายูมักพบหากินตัวเดียวตามหาดทรายชายทะเล มีอาณาเขตของตัวเองและค่อนข้างหวงถิ่น หากมีนกตัวอื่นเข้ามาก็จะวิ่งไล่ให้ออกไป ถึงน้ำขึ้นท่วมหาดก็ไม่เข้าไปอยู่ในแผ่นดิน แต่จะป้วนเปี้ยนแถวหาดทรายหรือขึ้นมาพักอยู่ตามสันทรายที่น้ำไม่ท่วม แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์จะพบเป็นคู่หรือกลุ่มเล็กๆ ซึ่งมักเป็นลูกๆ ในครอบครัวเดียวกันที่ยังไม่โตพอจะแยกไปมีอาณาเขตของตัวเองได้ ช่วงกกไข่จะยิ่งหวงถิ่นมาก ออกไปหากินก็จะไม่ไกลจากรังนัก

การทำรังวางไข่ของนกหัวโตมลายูจะทำง่ายๆ แค่วางไข่ลงบนแอ่งทรายไม่ต้องมีวัสดุรองรัง นกหัวโตจะรู้ว่าน้ำขึ้นสูงสุดแค่ไหน และจะเลือกทำรังเหนือแนวน้ำขึ้นสูงสุดนี้ เมื่อลูกนกฟักออกจากไข่จะเดินตามพ่อแม่ไปหากินทันทีเพื่อป้องกันศัตรู เช่นสุนัข และงู พ่อแม่นกจะป้องกันภัยให้ลูกน้อยโดยการล่อหลอกให้ศัตรูสนใจตัวเอง
นกหัวโตมลายูเป็นนกชายเลนไม่กี่ชนิดที่ทำรังวางไข่ในประเทศไทย พบได้ที่ฝั่งอ่าวไทยที่แหลมผักเบี้ย ลงไปหาดปึกเตียน ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด บ่อนอก บ้านกรูด อ่าวบางเบิด ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี จนถึงนราธิวาส รวมทั้งฝั่งอันดามันด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก