สารานุกรมนก

ข้อมูล ลักษณะ พฤติกรรม และแหล่งที่อยู่อาศัยของนก นกแก้ว, นกเขาชวา, นกเอี้ยง, นกเค้าแมว, นกหัวขวาน, นกอินทรีย์, นกกระสา, นกยาง, นางนวล, เหยี่ยว, ไก่ฟ้า, นกเขา, นกเค้า, นกเงือก, นกแอ่น, นกนางแอ่น, นกแซงแซว, นกขมิ้น, นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด, นกกางเขน, นกกระจอก, นกกระจาบ, นกปรอดหัวโขน

นกเงือก เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วในประเทศไทย นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว มีลักษณะการทำรังที่แปลกจากนกอื่น คือ เมื่อถึงฤดูกาลทำรัง นกคู่ผัวเมียจะพากันหารัง ซึ่งได้แก่ โพรงไม้ตามต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยาง ที่อยู่ในที่ลับตา เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก

Archive for November, 2011

เหยี่ยวแดง (อังกฤษ: Brahminy Kite หรือ Red-backed Sea-eagle) เป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลางในวงศ์ Accipitridae สามารถพบได้ในอนุทวีปอินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ประเทศออสเตรเลีย

พฤติกรรม

เหยี่ยวแดงชอบบินอยู่ตัวเดียวหรือ เป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เมื่อพบอาหารมันจะบินเป็นวงกลม พร้อมกับบินดิ่งควงลงมา โฉบอาหารนั้นขึ้นไปกินบนต้นไม้สูงซึ่งอยู่ใกล้ ๆ อาหารได้แก่ กบ เขียด งู นก แมลง หนู ลูกเป็ด ลูกไก่ สัตว์เลื้อยคลานเล็ก ๆ เหยี่ยวแดง ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน ทำรังตามกิ่งไม้ใกล้แหล่งน้ำ วางไข่ครั้งละ 2 – 4 ฟอง ไข่สีขาวไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งสองเพศช่วยกันฟักไข่นาน 29 – 31 วัน

ลักษณะ

เหยี่ยวแดงมีสีที่ตัดกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งตัวจะมีสีน้ำตาลแดงยกเว้นที่หัวและอกมีสีขาว ปลายปีกมีสีดำ ขามีสีเหลือง ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้มีความยาวจากปลายปีกจดปลายหาง 51 ซม. ตัวผู้ยาว 43 ซม. นกวัยอ่อนมีสีน้ำตาลแกมดำคล้ายกับเหยี่ยวดำ แต่มีสีจางกว่า ปีกสั้น และ หางมน

เหยี่ยวแดงมีขนาดพอๆกับเหยี่ยวดำและมีลักษณะการบินที่คล้ายกันจากมุมปีก แต่มันมีปลายหางมนเหมือนกับนกในสกุล Milvus ขณะที่เหยี่ยวดำมีหางเป็นแฉก นกทั้งสองสกุลนี้มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก

การกระจายพันธุ์และสถานะการอนุรักษ์

เหยี่ยวแดงสามารถพบได้ในประเทศศรีลังกา, ประเทศอินเดีย, ประเทศปากีสถาน, ประเทศบังกลาเทศ, และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางใต้ไปได้ไกลถึงรัฐนิวเซาท์เวลส์, ประเทศออสเตรเลีย เป็นนกประจำถิ่น แต่อาจมีการย้ายถิ่นตามฤดูกาลตามปริมาณน้ำฝนในบางบริเวณของพิสัย

ส่วนใหญ่จะพบในที่ราบแต่บางครั้งพบที่ระดับความสูง 5000 ฟุตในเทือกเขาหิมาลัย

เหยี่ยวแดงถูกประเมินเป็นความเสี่ยงต่ำในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่ นกชนิดนี้มีแนวโน้มที่จะลดจำนวนลง อย่างเช่นใน ชวา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นกร่อนทะเลหางแดง หรือ นกนวลหางยาว (อังกฤษ: Red-tailed Tropicbirdis) เป็นนกทะเลที่พบในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ในกลุ่มนกร่อนทะเลที่พบเห็นได้ยากแต่ยังมีการกระจายพันธุ์เป็นวงกว้างจึงยังไม่จัดว่าถูกคุกคาม อยู่เป็นอาณานิคมทำรังวางไข่บนเกาะกลางทะเล

พฤติกรรมและการกระจายพันธุ์

นกร่อนทะเลหางแดงทำรังบนเกาะในมหาสมุทรเป็นอาณานิคมขนาดใหญ่จากหมู่เกาะฮาวายถึงเกาะอีสเตอร์และข้ามไปถึงประเทศมอริเชียสและเรอูนียง มีการกระจายพันธุ์เป็นวงกว้าง เคยมีการพบนกที่ใส่ห่วงขาจากฮาวายไกลถึงประเทศญี่ปุ่นและประเทศฟิลิปปินส์ มีพิสัยจากทะเลแดงถึงประเทศนิวซีแลนด์และประเทศชิลี

นกมักเลือกอะทอลล์เป็นที่ทำรัง โดยทำรังใต้พุ่มไม้ (หรือร่องหินปูน) นกร่อนทะเลหางแดงหากินไกลฝั่งตัวเดียว ว่ายน้ำ ดำน้ำได้ กินปลาเป็นอาหาร ส่วมมากเป็นปลาบินและหมึก

ลักษณะ

นกร่อนทะเลหางแดงคล้ายนกนางนวลแกลบและมีลักษณะใกล้เคียงกับนกร่อนทะเลอีก 2 ชนิดที่เหลือ ยาวจากปลายปากถึงปลายหาง 46.0-48.0 ซม.นกที่โตเต็มวัยแล้วมีขนหางคู่กลางยื่นยาวเลยขนหางคู่อื่นออกไปมาก ปากหนาแหลมและแข็งแรง แบนข้าง สันปากบนโค้งลงเล็กน้อย ขอบปากบนหยักเป็นฟันเลื่อย ความยาวของปากไล่เลี่ยกับความยาวของหัว หัวโต คอสั้น ใต้คอเป็นหนังเปลือยเปล่า รูจมูกเป็นรูปรี

ปีกยาว แข็งแรงและปลายปีกแหลม หางเป็นรูปลิ่ม ขนปลายปีกมี 11 เส้น ขาสั้นและอยู่ค่อนไปทางด้านท้ายของลำตัว นิ้วเท้าทั้งสี่หันไปข้างหน้าและมีแผ่นพังผืดขึงระหว่างนิ้วทั้งสี่ตลอดความ ยาวของนิ้ว แต่นิ้วที่ 1 (นิ้วหัวแม่เท้า) อยู่สูงกว่านิ้วอื่น เล็บโค้งแหลมคมโผล่พ้นแผ่นพังผืดออกมา

ลำตัวสีขาวอาจปนสีชมพูจางๆ ขนหางคู่บนสุดยื่นยาวเลยขนหางคู่อื่นออกไปมาก สีชมพูเข้มหรือแดง มีแถบสีดำขวางปากทางด้านหน้าของรูจมูก ม่านตาสีน้ำตาลเข้ม มีแต้มสีดำที่โคนปีกและสีข้าง และมีแถบสีดำพาดผ่านตา ขาและโคนนิ้วเท้าสีฟ้าอ่อน ที่เหลือสีดำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นกชนหิน (Helmeted Hornbill) เป็นนกขนาดใหญ่ในวงศ์นกเงือก พบในประเทศไทย มาเลเซีย สุมาตรา และบอร์เนียว

ลักษณะ

นกเงือกชนิดนี้มีลักษณะเด่นกว่านกเงือกชนิดอื่นๆ ตรงที่สันบนจะงอยปากใหญ่หนาเนื้อในสีขาวคล้ายงาช้าง และมีขนหางพิเศษคู่หนึ่ง ซึ่งจะงอกยาวเลยขนหางเส้นอื่น ๆ ออกไปมากถึง 50 เซนติเมตร นกตัวผู้มีขนาดลำตัวยาวจากปลายจะงอยปากถึงปลายขนหาง 127 เซนติเมตร ขนลำตัวสีน้ำตาลเข้ม ใต้ท้องสีขาว หางสีขาวมีแถบสีดำพาดขวาง และปลายปีกสีขาวเป็นแถบกว้าง จะงอยปากตอนโคน และบนสันสีแดงคล้ำ ตอนปลายสีเหลืองเรื่อๆ บริเวณลำคอที่ไม่ขนในนกตัวผู้จะมีสีแดงคล้ำ ส่วนนกตัวเมียจะมีสีฟ้าซีดหรือสีฟ้า แต่นกวัยอ่อนเพศผู้ ลำคอจะมีสีแดงเรื่อ ๆ และนกเพศเมียหนังส่วนนี้จะเป็นสีม่วง นอกจากนี้สันบนจะงอยปากจะมีขนาดเล็กกว่า และขนหางยังเจริญไม่เต็มที่ มีลักษณะสั้นกว่านกโตเต็มวัย

อุปนิสัย

ปกติจะหากินในระดับยอดไม้ กินผลไม้เป็นส่วนใหญ่ เช่น ลูกไทร บางครั้งพบว่ากินสัตว์อื่น ๆ เช่น กิ้งก่า กระรอก และนกอีกด้วย มักจะอยู่โดดเดี่ยวหรืออยู่เป็นคู่ ฤดูผสมพันธุ์เริ่มราวปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำรังในต้นไม้สูง และใช้วัสดุปิดปากรังเช่นเดียวกับนกเงือกชนิดอื่นๆ นกชนหินมีเสียงร้องที่ไม่เหมือนนกชนิดอื่นๆ โดยนกตัวผู้จะร้องติดๆกันดัง ตู๊ก…ตู๊ก ทอดเป็นจังหวะ ร้องติดต่อกันยาวเสียงร้องจะกระชั้นขั้นตามลำดับ เมื่อจะสุดเสียงเสียงร้องจะคล้ายเสียงหัวเราะประมาณ 4-6 ครั้งเมื่อตกใจจะแผดเสียงสูงคล้ายเสียงแตร

ถิ่นอาศัยและการกระจายพันธุ์

นกชนหินเป็นนกประจำถิ่นที่พบในป่าดิบชิ้นระดับต่ำ พบตั้งแต่แถบเทือกเขาตะนาวศรีลงมาทางใต้จนถึงประเทศมาเลเซีย สุมาตรา และบอร์เนียว

สถานการอนุรักษ์

ปัจจุบันนกชนหินจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และอนุสัญญาไซเตส จัดเอาไว้ในบัญชีที่ 1 นกชนหินถูกล่าอย่างหนักเพื่อเอาสันบนจะงอยปากบนไปแกะสลักทำเป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับที่มีคุณค่าสูงมาก และจากการสูญเสียแหล่งอาศัย จำนวนประชากรจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนในทุกบริเวณที่อาศัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี