สารานุกรมนก

ข้อมูล ลักษณะ พฤติกรรม และแหล่งที่อยู่อาศัยของนก นกแก้ว, นกเขาชวา, นกเอี้ยง, นกเค้าแมว, นกหัวขวาน, นกอินทรีย์, นกกระสา, นกยาง, นางนวล, เหยี่ยว, ไก่ฟ้า, นกเขา, นกเค้า, นกเงือก, นกแอ่น, นกนางแอ่น, นกแซงแซว, นกขมิ้น, นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด, นกกางเขน, นกกระจอก, นกกระจาบ, นกปรอดหัวโขน

นกเงือก เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วในประเทศไทย นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว มีลักษณะการทำรังที่แปลกจากนกอื่น คือ เมื่อถึงฤดูกาลทำรัง นกคู่ผัวเมียจะพากันหารัง ซึ่งได้แก่ โพรงไม้ตามต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยาง ที่อยู่ในที่ลับตา เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก

Archive for the ‘นกน้ำ’ Category

นกกระสานวล - Grey Heron รูปนกกระสานวล จาก วิกิพีเดีย

ลักษณะทั่วไป
นกกระสานวลจัดอยู่ในวงศ์นกยาง เป็นนกขนาดใหญ่ (ขนาด 96-102 เซนติเมตร) ช่วงปีกสองข้างกว้าง 175-195 เซนติเมตร และหนัก 1-2 กิโลกรัม ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน มีปากยาวแหลม คอและขายาว หัวและคอสีเทาอ่อนจนเกือบขาว มีขนยาวสีดำคาดจากบริเวณหัวตางอกยาวไปยังท้ายทอย คล้ายมีหางเปียสองเส้น ด้านข้างลำคอมีลายสีดำคาดเป็นทางลงมาจนถึงอกและที่อกมีแถบสีดำเด่นชัด ตรงปลายปีกสีดำ และมีม่านตาสีเหลือง

ถิ่นอาศัย, อาหาร
พบในแอฟริกา ยุโรป อินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน และอพยพมายังประเทศไทยช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยพบทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่ไม่บ่อยและจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่พบตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง
อาหารได้แก่ กุ้ง ปลา กบ ตามหนองน้ำ ทะเลสาบ เป็นนกที่มักมีการย้ายถิ่นหากินเสมอ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
ชอบอยู่ตัวเดียว วิธีหาอาหารจะเดินหากินตามแหล่งน้ำที่ไม่ลึกนักอย่างเชื่องช้า เพื่อจะได้ไม่ทำให้เหยื่อตกใจหนี เมื่อได้โอกาสจะยืดคอพุ่งออกไปจิกเหยื่อได้ทันที ชอบหากินช่วงเช้าตรู่และตอนเย็น
ในฤดูผสมพันธุ์นกชนิดนี้จะอยู่เป็นคู่ จะผสมพันธุ์ช่วงฤดูฝน โดยตัวผู้และตัวเมียช่วยกันทำรังที่สร้างด้วยกิ่งไม้เล็กๆ ปะปนกับนกคู่อื่นๆ หรือนกชนิดอื่นๆ

สถานภาพปัจจุบัน
เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา

ขอบคุณข้อมูลจาก www.zoothailand.org

นกกระทุง

นกกระทุงเป็นนกขนาดใหญ่ มีความยาวจากปากถึงปลายหางประมาณ 52 – 60 นิ้ว เป็นนกน้ำ ขาสั้นใหญ่ ปากยาวแบนข้างใต้มี ถุงสีออกม่วงขนาดใหญ่ บริเวณขอบปากบนมีจุดสีน้ำเงินเข้มอยู่เป็นระยะตามความยาวของจงอยปาก ตีนมีพังผืดสี เหลืองขึงเต็มระหว่างนิ้วทุกนิ้วคล้ายเป็ด ม่านตาสีแดง แข้งและเท้าสีเนื้อ สามารถว่ายน้ำได้ดี บินได้สูง ในฤดูผสมพันธุ์ ขนจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเงินในช่วงบนของลำตัว ส่วนช่วงล่างจะเป็นสีขาว แต่ถ้าไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์ ปีก หางและส่วนใต้ลำตัว จะมีสีน้ำตาลเช่นเดียวกับนกกระทุงที่ยังไม่โตเต็มที่ ทั้งตัวผู้และตัวเมียรูปร่างและสีสันเหมือนกัน นกกระทุงชอบอยู่เป็นฝูง กินปลา กุ้ง กบ สัตว์เลื้อยคลานเล็กๆเป็นอาหารและหาอาหารด้วยกัน ถ้าตัวใดตัวหนึ่งทำอะไรตัวอื่นจะทำตาม เวลาที่มั นอยู่เฉยๆจะหันหน้าไปทางเดียวกันหมด เวลาบินจะหดคอเข้ามา บินกันเป็นแถวเรียงหนึ่ง บางครั้งบินเป็นรูปตัว “วี” (V) ส่วนใหญ่จะบินเป็นรูปขั้นบันไดกว้างๆ รังสร้างด้วยกิ่งไม้ใหญ่ๆวางสานกันบนต้นไม้สูงๆ ขนาดของรังมีเส้นผ่าศูนย์ กลาง 2 ฟุต วางไข่ครั้งละประมาณ 3 ฟอง ไข่มีสีขาว ทั้งตัวผู้และตัวเมียช่วยกันกกไข่ประมาณ 4 – 5 อาทิตย์ จึงฟักเป็นตัว คนยุโรปในยุคกลางเชื่อกันว่านกกระทุงเลี้ยงลูกอ่อนด้วยเลือดของมันเองโดยใช้ปากเจาะเลือดจากอกของมัน

อาศัยอยู่ในอินเดีย, จีน, ไหหลำ, ไต้หวัน, ซุนดาห์, ออสเตรเลีย, โซโลมอน, อินโดจีน, ฟิลิปปินส์, แหลมมลายูและไทย ประเทศไทย มีอยู่ทั่วไปทุกภาค ปัจจุบันเป็นนกที่ค่อนข้างพบเห็นยากมาก เคยพบปนอยู่กับฝูงนกปากห่างที่วัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี

นกกระทุงชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงทั้งช่วงเวลาหากินและทำรัง ขณะหาอาหารจะใช้ถุงใต้คอทำหน้าที่คล้ายสวิงช้อนปลาลงในลำคอ นกกระทุงทำรังอยู่บนต้นไม้รวมกันเป็นฝูง วางไข่คราวละ 1-5 ฟอง และใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 30 วัน โดยทั้งตัวผู้และตัวเมียผลัดกันทำหน้าที่

นกกระทุงเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 บัญญัติไว้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง สามารถหาชมได้ที่สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา

ข้อมูลและรูป จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี